บทความเกี่ยวกับสินค้า

เคาน์เตอร์สำนักงานแบบไหนเหมาะกับพื้นที่แต่ละประเภท

เคาน์เตอร์สำนักงานสำหรับพื้นที่ออฟฟิศขนาดต่างๆ

การเลือกเคาน์เตอร์ให้ลงตัวกับผังออฟฟิศไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือเรื่องของการบริหารสเปกพื้นที่จริงหน้างาน โครงสร้างเคาน์เตอร์ที่พอดีกับระยะทางเดินจะไม่บดบังช่องแสงธรรมชาติ ไม่กีดขวางประตูทางเข้า และเปิดโอกาสให้พนักงานทำงานได้สะดวก โดยการพิจารณาเลือกรูปทรง ขนาดความยาว และความลึกให้เข้ากับสถาปัตยกรรมเดิมของห้อง ควบคู่กับการยกระดับภาพลักษณ์องค์กรด้วยเคาน์เตอร์สำนักงานจะช่วยให้การสัญจรภายในเป็นไปอย่างลื่นไหล ไม่รู้สึกอึดอัดแม้ในพื้นที่จำกัด

คำนวณระยะสัญจรและพื้นที่ใช้งานอย่างนักออกแบบ

ก่อนสรุปขนาดเคาน์เตอร์ สิ่งสำคัญคือการเช็กระยะรอบข้างเพื่อไม่ให้กระทบต่อฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นในออฟฟิศ การคำนวณสัดส่วนจำเป็นต้องคำนึงถึง 3 ระยะหลัก ดังนี้

  • ระยะถอยเก้าอี้พนักงาน: พื้นที่ด้านหลังเคาน์เตอร์ต้องมีระยะอย่างน้อย 90-120 เซนติเมตร เพื่อให้พนักงานลุก-นั่ง หรือเอื้อมหยิบเอกสารจากตู้ด้านหลังได้สบาย
  • ระยะยืนของผู้มาติดต่อ: หน้าเคาน์เตอร์ควรเว้นพื้นที่โล่งอย่างน้อย 120-150 เซนติเมตร เพื่อรองรับการยืนต่อคิว เซ็นเอกสาร หรือการเดินสวนไปมา
  • ระยะทางเดินเข้า-ออกส่วนตัว: ช่องทางเดินข้างเคาน์เตอร์สำหรับพนักงานเดินเข้าโซนทำงาน ควรมีความกว้างไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร

การกำหนดสัดส่วนเหล่านี้อย่างมีระบบจะช่วยให้การตกแต่งโซนต้อนรับให้สะท้อนตัวตนของแบรนด์ทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่สูญเสียฟังก์ชั่นการใช้งานจริง

แมตช์รูปทรงเคาน์เตอร์ให้เข้ากับลักษณะโถงต้อนรับ

สถาปัตยกรรมของอาคารแต่ละแห่งมีข้อจำกัดต่างกัน การเลือกทรงเคาน์เตอร์จึงต้องแก้โจทย์โครงสร้างห้องได้อย่างตรงจุด

โครงสร้างห้องทรงแคบยาว หรือพื้นที่จำกัด

ควรใช้เคาน์เตอร์ทรงตรง (I-Shape) ที่มีความลึกไม่เกิน 60-70 เซนติเมตร เน้นการใช้เส้นสายแนวนอนเพื่อให้ห้องดูลึกขึ้น เช่น เคาน์เตอร์สำนักงานทรงตรง RSB รุ่น Mini-Compact ที่ออกแบบสัดส่วนมากระทัดรัด ช่วยประหยัดพื้นที่สัญจรหน้าห้องต้อนรับ และหลีกเลี่ยงความรู้สึกอึดอัดเทอะทะเมื่อผู้ติดต่อเปิดประตูเข้ามา

 

โครงสร้างโถงกว้าง หรือออฟฟิศขนาดใหญ่

เหมาะกับเคาน์เตอร์ทรงตัวเอ็ล (L-Shape) หรือทรงตัวยู (U-Shape) การใช้รูปทรงนี้ช่วยแบ่งกั้นโซนต้อนรับออกจากพื้นที่ทำงานภายในอย่างเป็นสัดส่วน พนักงานสามารถดูแลผู้ติดต่อได้หลายมุมพร้อมกัน ทั้งยังเพิ่มพื้นที่จัดเก็บเอกสารใต้อ่างเคาน์เตอร์ได้มากขึ้น

โครงสร้างห้องที่มีมุมอับ เสา หรือมุมเฉียง

การเลือกใช้ทรงโค้งมน (Curved Shape) ช่วยลบเหลี่ยมเสาและทำให้การสัญจรลื่นไหล ไม่มีมุมคมที่เป็นอันตราย หากต้องการฟังก์ชั่นพิเศษที่ลงล็อกกับมุมห้องพอดี การเลือกโซลูชั่นการผลิตตามดีไซน์เฉพาะบุคคลจะเข้ามาช่วยปิดจุดอับและใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

เทคนิคปรับแต่งฟังก์ชั่นเคาน์เตอร์ตามประเภทออฟฟิศ

ลักษณะธุรกิจที่ต่างกัน ย่อมต้องการดีไซน์และฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์กิจกรรมหน้างานไม่เหมือนกัน

ประเภทองค์กร

สภาพแวดล้อมพื้นที่

ฟังก์ชั่นเคาน์เตอร์ที่ควรเน้น

สำนักงานทั่วไป / สตาร์ทอัพ

พื้นที่กึ่งเปิด (Open Plan)

แผงกั้นบังสายตาระดับปานกลาง มีช่องร้อยสายไฟสำหรับอุปกรณ์หลายชิ้น

คลินิก / สถาบันบริการ

เคาน์เตอร์ยาว รองรับคนจำนวนมาก

ช่องรับ-ส่งเอกสารแยกเคาน์เตอร์สูง-ต่ำ มีลิ้นชักล็อกกุญแจหลายจุด

โชว์รูม / คอนโดมิเนียม

โถงกว้างเน้นดีไซน์

ซ่อนไฟ LED ให้ดูลอยตัว มีพื้นที่วางแท็บเล็ตหรือแคตตาล็อกสินค้า


รวมข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดวางเคาน์เตอร์ตามขนาดพื้นที่

Q: ทางเข้าออฟฟิศเป็นโถงทางเดินแคบ ควรวางเคาน์เตอร์หันหน้าไปทางไหน?

A: ควรตั้งเคาน์เตอร์หันหน้าเข้าหาประตูทางเข้าตรงๆ หรือเฉียงเล็กน้อยตามทิศทางเดิน โดยเลือกใช้ทรงตรงขนาดกระทัดรัด และเว้นระยะจากประตูอย่างน้อย 1.5 – 2 เมตร เพื่อไม่ให้ผู้มาติดต่อรู้สึกถูกกดดันทันทีที่เปิดประตูเข้ามา

Q: หากมีพนักงานต้อนรับ 2 คน ต้องใช้เคาน์เตอร์ความยาวอย่างน้อยเท่าไหร่?

A: ความยาวท็อปทำงานด้านในควรมีความยาวอย่างน้อย 180 – 240 เซนติเมตร (ประมาณ 90 – 120 เซนติเมตรต่อคน) เพื่อให้มีพื้นที่วางคอมพิวเตอร์และทำงานเอกสารคู่กันได้อย่างไม่อึดอัด

Q: เคาน์เตอร์ทรงโค้งเหมาะกับพื้นที่แบบไหนมากกว่าทรงสี่เหลี่ยม?

A: เหมาะกับพื้นที่ที่มีการสัญจรมาจากหลายทิศทาง เช่น ทางแยกตรงโถงลิฟต์ หรือห้องที่มีมุมสอดคล้องกับวงเลี้ยวประตู เพราะเส้นโค้งช่วยนำสายตาและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการชนมุมโต๊ะ

จัดการสเปกพื้นที่ออฟฟิศคุณให้สมบูรณ์แบบด้วยเคาน์เตอร์สำนักงานหลากขนาดจาก RSB Furniture วางแปลนลงตัวทุกตารางเมตร ตอบโจทย์ทุกโครงสร้างอย่างมืออาชีพ

Back to list